ภาษาอย่างหนึ่งที่เราสื่อ เช่นชื่อต่างๆ เราก็ตั้งขึ้นมาเพื่ออ้างอิง เรียกใช้ เช่นเราเรียก แมว ฝรั่งก็ไม่รู้จัก จีนก็ไม่รู้จัก แต่ภาษาหนึ่ง ที่สื่อกันได้ทั่วโลก คือ ภาษาของ IMage (จิต) ไม่ว่าจะเรียกว่า cat หรือ แมว หรือ เหมียว หรือเมา (ภาษาจีน) จิตก็รับว่า ไอ้ตัวมีเล็บคมๆ ร้องเหมียวๆ เดินเบาๆ นั่นแหละ
    เรากำลังจะบอกว่า มีอะไรทราบ ชื่ออะไรก็ไม่มีใครรู้ สุดแต่คนจะเรียก หรือตั้งขึ้นมาเพื่อรับรู้เวลาอ้างถึง และจะได้มีความเข้าใจ ว่าหมายถึงสิ่งนี้ ให้ตรงกัน แต่ท่านสร้างตำนานให้กับโลก บางที่เรียกว่า มหาบุรุษจอมราชันย์ บ้างก็เรียกว่า ธรรมชาติ บ้างก็เรียกว่า god บ้างก็เรียก พระแม่ทรงธรรม (เคยได้ยินไหมเพรงคาราบาว : เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือราชามีองค์ราชันย์) ได้สร้างตำนานและให้ ผู้บริสุทธิ์ ที่บรรลุทั้งหลาย นำมาสอนพวกเรา
เคยได้ยินไหม คำว่า ชีวิตนิรันดร์ ที่เรียกในพวกชาวคริสต์ ความหมายเหมือนกับ นิพพาน ไหม
คำว่า กลับใจใหม่ ที่ใช้ในชาวคริสต์ ความหมายเหมือนกับ ให้ดูตนและปรับปรุงที่ตนเองไหม คำว่า พระเจ้าอยู่ในใจเรา เหมือนกับพุทธะอยู่ในเราไหม
คำว่า ย่าพิพากษาผู้อื่นด้วยพระเจ้าจะไม่พิพากษาท่านถ้าท่านตวงให้ผู้อื่น ด้วยจำนวนเท่าใด พระเจ้าจะตวงให้ท่านด้วยทะนานอันเดียวกัน ความหมายเหมือนกับ ำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวไหม นี่เป็นไบเบิลที่อ้างถึงคำสอนของพระเจ้าจริงๆ
http://www.biblegateway.com/passage/?search=Matthew%207:1-5
และพระพุทธเจ้าของเรา บอกว่า จะถึงนิพพาน ต้องสละหมดทุกอย่าง ลูก เมีย แม่ พระองค์ก็ทำมาก่อน เช่นกัน
ทางคริสต์ก็ บอกเช่นกัน ว่า ท่านจะเข้าแดนพระเจ้า หรือสู่ชีวิตนิรันดร์ ท่านต้องทิ้งทุกอย่าง เช่นกัน ถ้าท่านมีทรัพย์ ทรัพย์ท่านอยู่ที่ไหน ใจท่านก็อยู่ที่นั่น นี่ก็คือ คำสอนของไบเบิลที่บอกให้สละ ถ้าคุณไม่สละก็ไม่ถึงแดนพระเจ้าหรือมีชีวิตนิรันดร์หรือนิพพาน แปลเอาเองง่ายๆ http://www.biblegateway.com/passage/?search=luke%2018:29-30  
     เรากำลังจะบอกให้ท่านทราบว่า "เรารู้เคล็ดลับสวรรค์ และพระพุทธเจ้าเราก็นั่งฌาณสมาธิ จนทราบกฏสวรรค์ และนำมาบอกสอนเรา และเรียกสิ่งนั้นว่า ธรรมชาติมักเป็นเช่นนี้เอง และท่านอยู่ซ้าย ส่วนพระเยซูที่เรียกว่าบุตรพระเจ้า ท่านก็สร้างสมคุณความดี และก็นำมาบอกเล่าสอนเรา เช่นกัน" และท่านอยู่ขวา ส่วนอัลเลาะห์ อับลาฮัม ท่านก็นับถือ god เช่นกัน
     พระพุทธเจ้าเราท่านได้จำแนกเปรียบเทียบมนุย์กับบัวไว้ 4 เหล่า (1.บัวเหนือน้ำ 2.บัวใต้น้ำพร้อมจะขึ้น
เหนือน้ำ 3. บัวใต้น้ำลึก และ 4. บัวในโคนตรม) พระเยซู (ซึ่งเป็นบุตรของพระเจ้า) ท่านก็เปรียบ มนุษย์ เป็น
เหมือนเมล็ดพืช 4 ชนิด (1. เมล็ดที่ตกตามทาง ถูกเหยียบย่ำ หรือนกจิกกิน 2. เมล็ดตกในที่เป็นหิน เมื่องอกก็ไม่
สมบูรณ์ เพราะไม่มีความชื้น 3. เมล็ดตกในคงหญ้าหนาม เมื่องอกก็ถูกปกคลุม 4. เมล็ดตกในดินสมบูรณ์ ก็งอก
ให้ผลเป็น 100 เท่า) จริงไหม ข้าว 1 กำมือนำไปปลูกในดินสมบูรณ์ ให้ผล 100 กำมือ ลองเปิดอ่าน bible ของพระเจ้าดูที่  http://www.biblegateway.com/passage/?search=luke%208:5-8
   และเคยมีผู้พูดว่า ศาสนาที่นับถือพระเจ้าล้างบาปได้ อ่านตรงนี้แล้วจะทราบว่า ก่อนจะไปอยู่กับพระเจ้าได้ ท่าน
ต้องชำระล้างตนเองในไฟนรกก่อน คือต้องตกนรก รับกรรมก่อนเหมือนกันจ้า อ่านต้นฉบับเขากล่าวว่า(มนุษย์ไม่
ควรกลัวผู่ที่ฆ่าได้แต่ร่างกาย แต่ควรกลัวผู้ที่ฆ่าตนแล้วยังมีฤทธิ์ เอาไปลงนรก )  http://www.biblegateway.com/passage/?search=luke%2012:4-5
      มาถึงตรงนี้ ก็พอจะทราบว่า ทางผู้กำหนด จักรวาลนั้น น่าจะเป็นผู้ใด ลองอ่าน คำสัมภาษณ์มนุษย์ต่างดาว
จาก ศาสตราจารย์ ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน (หาใน google ดูก็ได้) ความเห็นใกล้เคียงกัน
สุดแล้วแต่เราจะเรียก